เทรนด์ฮิตสาวเวียดนาม “แปะขิงที่สะดือ” เชื่อช่วยให้หุ่นสวย แพทย์ชี้ มีข้อดีจริง แต่เตือนอย่าทำเด็ดขาด หากมีภาวะเข้าข่าย 4 ข้อนี้ เสี่ยงส่งผลเสียกว่าเดิม
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ กำลังเป็นเทรนด์ฮิตในหมู่สาวชาวเวียดนามอย่างมาก สำหรับ “เทรนด์แปะขิงที่สะดือก่อนนอน” เพียงใช้ขิงสด 1 แผ่นแปะสะดือไว้ ก็พบผลลัพธ์สุดประหลาดใจ หลายคนอ้างว่า ระบบย่อยอาหารดีขึ้น ไขมันลดลง และนอนหลับสบายขึ้น
ทำเอาโซเชียลสงสัย เหตุใดจึงต้องเป็น “สะดือ” ไม่ใช่ตำแหน่งอื่นของร่างกาย
ในทางกายวิภาค สะดือเป็นบริเวณที่ผิวหนังค่อนข้างบาง มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังน้อย และมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน บริเวณนี้เรียกว่า “จุดเสินเชวีย” ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารและการไหลเวียนของพลังงานในร่างกาย

ขณะที่ในมุมมองทางการแพทย์สมัยใหม่ บริเวณรอบสะดือมีความสามารถในการดูดซึมผ่านผิวหนังได้พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยที่ก่อให้เกิดความร้อน
ขิง เป็นสมุนไพรที่อุดมด้วยน้ำมันหอมระเหยและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีคุณสมบัติให้ความอบอุ่น เมื่อนำมาวางบนสะดือโดยตรง จึงก่อให้เกิดการกระตุ้นเฉพาะที่ และอาจส่งผลทางอ้อมต่ออวัยวะในช่องท้อง
หากปฏิบัติอย่างถูกวิธี ร่างกายอาจได้รับ 4 ประโยชน์ดังต่อไปนี้
1.ช่วยระบบย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืด
ผู้ที่รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา กินมากเกินไป หรือมีปัญหาการย่อยอาหาร มักเกิดอาการท้องอืด ท้องผูก หรือระคายเคืองลำไส้ ขิงมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาความไม่สบายในทางเดินอาหาร เมื่อนำมาวางที่สะดือ สารสำคัญในขิงอาจช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ลดอาการแน่นท้อง และส่งเสริมการย่อยอาหาร
2.ให้ความอบอุ่น ลดอาการปวดประจำเดือน
ในช่วงอากาศหนาว หลายคนโดยเฉพาะผู้หญิงมักมีอาการมือเท้าเย็นและปวดประจำเดือน ขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต การวางขิงบนสะดืออาจช่วยเพิ่มความอบอุ่นบริเวณท้องน้อย บรรเทาอาการปวดประจำเดือน และลดความรู้สึกหนาวง่ายในผู้ที่มีร่างกายธาตุเย็น

ขณะที่ในมุมมองทางการแพทย์สมัยใหม่ บริเวณรอบสะดือมีความสามารถในการดูดซึมผ่านผิวหนังได้พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยที่ก่อให้เกิดความร้อน
ขิง เป็นสมุนไพรที่อุดมด้วยน้ำมันหอมระเหยและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีคุณสมบัติให้ความอบอุ่น เมื่อนำมาวางบนสะดือโดยตรง จึงก่อให้เกิดการกระตุ้นเฉพาะที่ และอาจส่งผลทางอ้อมต่ออวัยวะในช่องท้อง
หากปฏิบัติอย่างถูกวิธี ร่างกายอาจได้รับ 4 ประโยชน์ดังต่อไปนี้
1.ช่วยระบบย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืด
ผู้ที่รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา กินมากเกินไป หรือมีปัญหาการย่อยอาหาร มักเกิดอาการท้องอืด ท้องผูก หรือระคายเคืองลำไส้ ขิงมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาความไม่สบายในทางเดินอาหาร เมื่อนำมาวางที่สะดือ สารสำคัญในขิงอาจช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ลดอาการแน่นท้อง และส่งเสริมการย่อยอาหาร
2.ให้ความอบอุ่น ลดอาการปวดประจำเดือน
ในช่วงอากาศหนาว หลายคนโดยเฉพาะผู้หญิงมักมีอาการมือเท้าเย็นและปวดประจำเดือน ขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต การวางขิงบนสะดืออาจช่วยเพิ่มความอบอุ่นบริเวณท้องน้อย บรรเทาอาการปวดประจำเดือน และลดความรู้สึกหนาวง่ายในผู้ที่มีร่างกายธาตุเย็น

4 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อ “วางขิงสดบนสะดือ”
อย่างไรก็ตาม การใช้ขิงในลักษณะนี้ต้องทำอย่างถูกต้องจึงจะปลอดภัยและเกิดผล ควรล้างบริเวณสะดือด้วยน้ำอุ่นก่อน หั่นขิงสดเป็นแผ่นหนาประมาณ 2–3 มิลลิเมตร อาจเจาะรูเล็ก ๆ เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมาได้ดีขึ้น จากนั้นวางลงตรงกลางสะดือและปิดด้วยผ้าก๊อซที่ระบายอากาศได้ ระยะเวลาที่เหมาะสมคือประมาณ 30–120 นาที ขึ้นอยู่กับความไวของผิว ไม่ควรทิ้งไว้ข้ามคืน
ทั้งนี้ มี 4 ความผิดพลาดสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อวางขิงบนสะดือหรือบริเวณผิวหนังอื่น ได้แก่
ใช้ขิงที่เน่าเสีย ขิงที่ขึ้นรา หรือผุพัง อาจสร้างสารซาฟรอลซึ่งเป็นพิษต่อตับ ไม่ควรตัดเฉพาะส่วนที่เสียแล้วนำส่วนที่เหลือมาใช้
คิดว่ายิ่งวางนานยิ่งดี การวางเกิน 2–3 ชั่วโมงอาจทำให้ผิวหนังแดง แสบ หรือเกิดผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส
เชื่อว่าใช้ได้กับทุกคน สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบบริเวณสะดือ ผู้ป่วยเบาหวานที่ผิวบอบบาง หรือผู้ที่มีแผลเปิด ไม่ควรทดลองใช้โดยพลการ
ใช้แทนการรักษาทางการแพทย์ ขิงมีบทบาทเพียงช่วยบรรเทาอาการเล็กน้อย หากมีอาการท้องเสียรุนแรง ปวดท้องเฉียบพลัน สงสัยไส้ติ่งอักเสบ หรือการอักเสบทางนรีเวช ควรรีบพบแพทย์
ทั้งนี้การวางขิงสด 1 แผ่นบนสะดืออาจช่วยให้รู้สึกอุ่นท้อง สนับสนุนการย่อยอาหาร และบรรเทาอาการคลื่นไส้เล็กน้อย หากทำอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวเป็นเพียงการดูแลเสริม ไม่ใช่วิธีรักษาโรค การใช้ถูกวิธีย่อมเกิดประโยชน์ แต่หากใช้ผิดอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

